ดินแดนแห่งรอยยิ้ม

posted on 24 Nov 2012 15:19 by teddy-garage directory Fiction
ผมยังจำได้ดีถึงนิทานเรื่องหนึ่งที่คุณย่าเคยเล่าให้ผมฟัง
 
"กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว" คุณย่าเริ่มนิทานของท่านด้วยคำที่คุ้นเคย...
 
"มีดินแดนอยู่แห่งนึง... ผู้คนต่างใช้ชีวิตกันอย่างมีความสงบ สันติ
มีเสรีภาพและอิสระในความคิดการพูด
มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง มีภาษา วัฒนธรรม และดนตรีที่ไม่เหมือนใคร
พระราชาทรงงานอย่างหนักเพื่อความสุขของไพร่ฟ้าประชาชน
ในน้ำมีปลาในนามีข้าว มีแต่ความอุดมสมบูรณ์พูลสุข
ด้วยเหตุนี้เองทุกคนต่างอยู่ดีมีสุข กินดีอิ่มท้อง
มีมากเกินพอก็แบ่งปันให้คนรอบข้าง ใครมีทุกข์ได้ร้อนก็มีน้ำใจช่วยเหลือกัน
มีความเป็นมิตรไม่ว่าคนในพื้นแผ่นดินหรือคนต่างถิ่น
จริงไม่แปลกที่ดินแดนแห่งนี้จะไม่มีใครที่มีหน้าตาบูดบึ้ง
และถูกขนานนามว่า "ดินแดงแห่งรอยยิ้ม"
 
คุณย่าทิ้งช่วงสักพักหนึ่่ง แววตาและสีหน้า
เปลี่ยนไปเล็กน้อยจากใบหน้าอิ่มยิ้มเป็นเศร้าลงเล็กน้อย
 
"แต่มีอยู่วันหนึ่ง กลุ่มชนผู้ถือตัวว่าตนฉลาดกว่าผู้ใดในแผ่นดิน
เดินทางเข้าเฝ้าพระราชา และ ยื่นกฏฉบับหนึ่งแก่เหนือหัว
กฏที่ไม่อาจเข้าใจได้ เสมือนหนึ่งกษัตริย์ไม่มีความสำคัญต่อไป
จากนั้นไม่นาน คนในดินแดนแห่งนึ้ก็แบ่งเป็นสองฝ่าย
พวกหนึ่งถือกษัตริย์เป็นเหนือหัว อีกพวกหนึ่งไม่ต้องการพระองค์ท่าน
ต่อมาความขัดแย้งก็เพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวี ลุกลามจนเหมือนว่าไม่มีวันสิ้นสุด
เมื่อทุกคนเริ่มเห็นแก่ตัวและไม่มีน้ำใจ ก็ทำให้ทุกอย่างแย่ลง
ระบบการปกครองแบบใหม่ที่เกิดขึ้นก็ทำให้ผู้คนยึดถือผลประโยชน์มากกว่า
แม้ระบบการปกครองนั้นต้องการให้ผู้คนมีสิทธิเท่าเทียมกัน
กลับทำให้ผู้คนบางกลุ่มได้รับบางสิ่งบางอย่างที่เหนือกว่า
เมื่อความขัดแย้งเปลี่ยนเรื่องราวไปต่างๆนานา
ก็ทำให้ดินแดนแห่งนี้เข้าสู่สมรภูมิ
คนที่อาศัยอยู่บนแผ่นดินเดียวกัน ถืออาวุธเข้าห่ำหั่นกัน
ทุกวันนี้ไม่มีใครรู้ว่าดินแดนแห่งนี้อยู่แห่งหนใด
อารยธรรมของพวกเขาได้หายสาปสูญไป
ราวกับว่าหลงเหลือไว้เพียงนิทานเรื่องนี้"
 
คุณย่าถอนหายใจเฮือกใหญ่ทำให้นิทานเรื่องนี้จบลง
คุณย่าสบตาผมอีกครั้งก่อนพูดต่อว่า
"มีคนมากมายออกตามหาดินแดนแห่งนี้
พ่อแม่ของเราก็เช่นกัน พวกท่านก็ออกเดินทาง
เพื่อตามหาดินแดนแห่งนี้ จากนิทานเพียงเรื่องเดียว
พวกเขาเป็นนักโบราณคดีจึงไม่แปลกหรอก
แต่ก็ไม่มีใครหาพบแม้แต่คนเดียว
 
บางกลุ่มก็เชื่่อว่าดินแดนแห่งรอยยิ้มนี้ไม่มีอยู่จริง
เหมือนUtopiaของTomas Moreเป็นแค่นิทานเรื่องหนึ่ง
ที่เล่าต่อๆกันมา แต่ว่าสิ่งที่พวกเขาทำคือสร้างมันขึ้นมา
พวกเขาพยายามทำให้มันเกิดขึ้นเหมือนที่มันเคยเกิดขึ้นมา"
พูดจบคุณย่าก็หลับไปบนเก้าอี้โยกตัวเก่าที่มีผ้านวมผื่นหนา
ผมนำผ้าห่มมาห่มให้ท่านก่อนเดินเข้าห้องนอนไป พลางคิดทบทวนถึงนิทานเรื่องนั้น
 
ผ่านมาหลายปีผมถึงได้สังเกตเห็นว่าประเทศของผม
พื้นดินที่พวกเราเหยียบอยู่ทุกวันเหมือนกลับนิทานเรื่องนั้นเลย
เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าดินแดนแห่งนั้นมีจริงหรือไม่ หรือมันเป็นแค่ความคิดฝัน
ผมไม่รู้หรอกว่านิทานเรื่องนี้เคยเกิดขึ้นจริงที่นี่หรือไม่
ดินแดนแห่งรอยยิ้มนั้น คือประวัติศาสตร์ของประเทศนี้หรือไม่
แต่ทุกวันนี้ไม่มีอยู่อีกแล้ว...
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet